เรียนภาษาที่ 3 (จีน/ญี่ปุ่น/เกาหลี) ไปทำงานต่างประเทศ เริ่มจากศูนย์ได้ไหม

เรียนภาษาที่ 3 (จีน,ญี่ปุ่น,เกาหลี) ไปทำงานต่างประเทศ เริ่มจากศูนย์ได้ไหม (1200 x 768 px)

     สวัสดีทุกคน บทความนี้พี่ TUTOR VIP จะมาไขข้อข้องใจเรื่อง “เรียนภาษาที่ 3 เริ่มจากศูนย์ทันไปทำงานไหม” ไม่ว่าจะเป็นภาษาจีน ญี่ปุ่น เกาหลี ฝรั่งเศส เยอรมัน หรือภาษาอื่นๆ ที่ตลาดงานมีความต้องการสูงขึ้นเรื่อยๆ ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลยว่าเริ่มตอนนี้ทันไหม แล้วต้องวางแผนยังไงบ้าง!

เรียนภาษาที่ 3 ไปทำงานต่างประเทศได้จริงหรือไม่

เรียนภาษาที่ 3 เริ่มจากศูนย์เพื่อไปทำงานต่างประเทศได้จริงหรือไม่?

     คำตอบคือ ได้แน่นอน! ไม่ว่าน้องๆ หรือพี่ๆ จะอายุเท่าไร หรือมีพื้นฐานภาษาต่างประเทศมาก่อนหรือไม่ก็ตาม อย่างภาษาจีน ญี่ปุ่น และเกาหลี ถึงแม้ว่าจะดูยากและซับซ้อนเพราะมีตัวอักษรที่ต้องใช้ทักษะความจำที่ดี หรือมีไวยากรณ์ที่แตกต่างจากภาษาไทยและภาษาอังกฤษ แต่ทั้งสามภาษานี้มีก็มีบางอย่างที่คล้ายคลึงกัน เช่น ไวยากรณ์เกาหลีกับญี่ปุ่น หรือ ตัวอักษรจีนกับตัวอักษรคันจิในภาษาญี่ปุ่นก็มีรากฐานที่คล้ายกัน

     พี่ TUTOR VIP คิดว่าจริงๆ แล้วสิ่งที่มีผลกับความเร็วในการเรียนจริงๆ ไม่ใช่ “อายุ” หรือ “พื้นฐานเดิม” แต่เป็น ความสม่ำเสมอในการเรียนรู้และฝึกฝน บวกกับการได้ฝึกสนทนากับคนจริงๆ เพราะนอกจากจะช่วยให้เราพัฒนาขึ้นได้รวดเร็วแล้ว ยังช่วยให้เรามีความมั่นใจในการสื่อสารในการทำงานได้จริงอีกด้วย ซึ่งนี่ก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่หลายคนเลือกเรียนกับติวเตอร์ตัวต่อตัว เพราะได้ฝึกโต้ตอบทันทีและแก้จุดผิดได้ตรงจุดกว่านั่นเอง

แล้วต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะสื่อสารได้

แล้วต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะสื่อสารได้?

     ระยะเวลาในการเรียนภาษาที่ 3 ใดๆ ก็ตาม จะขึ้นอยู่กับเป้าหมายที่เราตั้งเอาไว้ พี่ TUTOR VIP จะลองแนะนำให้คร่าวๆแบบนี้นะ

  • ระดับสื่อสารพื้นฐานในชีวิตประจำวัน (ทักทาย สั่งอาหาร ถามทาง) ใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือน ถ้าเรียนสม่ำเสมอสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง
  • ระดับสื่อสารในที่ทำงานทั่วไป (คุยงานพื้นฐาน เขียนอีเมลสั้นๆ) ใช้เวลาประมาณ 8-12 เดือน
  • ระดับใช้ทำงานได้จริงแบบมืออาชีพ หรือสอบวัดระดับได้เกณฑ์ดี (เช่น HSK 4-5, JLPT N3-N2, TOPIK 3-4) มักใช้เวลา 1.5-2 ปีขึ้นไป

     ซึ่งระยะเวลาประมาณนี้เป็นค่าเฉลี่ยของคนเริ่มจากศูนย์ที่เรียนสม่ำเสมอ ถ้าพี่ๆ น้องๆ มีพื้นฐานภาษาต่างประเทศอื่นมาก่อน หรือได้ฝึกพูดกับเจ้าของภาษาบ่อยๆ ก็จะช่วยให้เราเรียนรู้ได้เร็วมากยิ่งขึ้น

เลือกเรียนภาษาไหนดี

เลือกเรียนภาษาไหนดี? ระหว่างจีน ญี่ปุ่น เกาหลี

     ในจุดนี้พี่ TUTOR VIP เชื่อว่าเป็นจุดที่หลายๆ คนตัดสินใจยากจุดหนึ่งเหมือนกันนะ เพราะแต่คนก็มีเป้าหมายและความชอบที่แตกต่างกันไป จึงอยากให้พี่ๆ น้องๆ ลองทบทวนตัวเองดูก่อนว่าถ้าเรียนภาษานี้แล้วจะมีโอกาสได้ใช้งานในสายอาชีพของเราไหม หรือมีความต้องการของตลาดมากน้อยแค่ไหน

  • ภาษาจีน เหมาะกับสายงานการค้า การลงทุน และธุรกิจระหว่างประเทศ เพราะจีนเป็นคู่ค้าหลักของไทยในหลายอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ตำแหน่งงานที่ต้องการคนพูดจีนได้มีตั้งแต่ฝ่ายขาย จัดซื้อ ไปจนถึงงานล่ามและประสานงานกับซัพพลายเออร์จีน
  • ภาษาญี่ปุ่น ยังคงเป็นที่ต้องการสูงในสายงานโรงงาน วิศวกรรม และบริษัทญี่ปุ่นที่มีฐานผลิตในไทยจำนวนมาก รวมถึงสายงานท่องเที่ยวและบริการที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วย
  • ภาษาเกาหลี เติบโตเร็วมากในช่วง 5-10 ปีที่ผ่านมา ทั้งจากกระแสธุรกิจบันเทิง ซีรีย์เกาหลี ธุรกิจความงาม และบริษัทเกาหลีที่ขยายฐานในไทยมากขึ้น เหมาะกับน้องๆ ที่สนใจสายงานคอนเทนต์ การตลาด หรือธุรกิจนำเข้า-ส่งออกกับเกาหลี

 

เริ่มต้นอย่างไรให้ไปถูกทาง

  1. ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนก่อนเริ่มเรียน
    เช่น อยากสอบวัดระดับให้ผ่านภายในระยะเวลาเท่าไร หรือแค่อยากสื่อสารในชีวิตประจำวัน เพราะจะทำให้กำหนดแผนการเรียนได้อย่างชัดเจนและแม่นยำ
  2. เริ่มจากพื้นฐานการออกเสียงและตัวอักษรให้แม่นก่อน
    เพราะเป็นพื้นฐานที่สำคัญ ถ้าหากพื้นฐานตัวอักษรและการออกเสียงยังไม่ดีพอ แล้วข้ามไปเรียนประโยคที่ซับซ้อน อาจมีปัญหาในระยะยาวได้
  3. ฝึกพูดตั้งแต่วันแรก
    ไม่จำเป็นต้องรู้ไวยากรณ์ครบทั้งหมด แค่เพียงคำศัพท์ หรือวลีสั้นๆ ก็สามารถเริ่มต้นฝึกพูดควบคู่ไปได้ ซึ่งจะช่วยให้จำได้ง่ายและใช้งานจริงได้มากกว่า
  4. หาคู่ฝึกสนทนา
    ที่คอยปรับการพูดของเราให้สม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นติวเตอร์ตัวต่อตัวหรือเพื่อนเจ้าของภาษา เพราะการเรียนรู้ด้วยตัวเองคนเดียว อาจทำให้การเรียนภาษานั้นช้าลง หรืออาจถอดใจระหว่างทางได้

 

เรียนภาษาที่ 3 กับติวเตอร์ตัวต่อตัวช่วยอะไรได้บ้าง

     เรียนภาษาที่ 3 ด้วยตัวเองผ่านแอปหรือคลิปสอนออนไลน์เหมาะกับการปูพื้นฐานเบื้องต้น แต่พอถึงจุดที่ต้องฝึกสนทนาจริงหรือแก้จุดผิดที่เป็นนิสัยเฉพาะตัว การมีติวเตอร์ตัวต่อตัวจะช่วยได้มากกว่าเยอะ เพราะติวเตอร์สามารถ:

  • ปรับหลักสูตรให้ตรงเป้าหมาย เช่น เน้นคำศัพท์เฉพาะสายงาน หรือเน้นเตรียมสอบวัดระดับ
  • แก้ไขการออกเสียงและไวยากรณ์ได้ทันที
  • ปรับความเร็วสอนตามพื้นฐานของแต่ละคน ไม่ต้องเรียนตามความเร็วคนอื่น
  • เลือกเวลาเรียนได้ยืดหยุ่น เหมาะสำหรับคนที่มีเวลาจำกัด

 

     เป็นอย่างไรกันบ้าง หวังว่าหลังอ่านบทความนี้แล้ว น้องๆ จะมั่นใจมากขึ้นว่าเริ่มเรียนภาษาที่ 3 ตอนนี้ยังทันแน่นอนนะ!

      สำหรับใครที่กำลังมองหาติวเตอร์สอนภาษาจีน ญี่ปุ่น หรือเกาหลีตัวต่อตัว หรือมีข้อสงสัยเพิ่มเติมก็มาปรึกษาพี่ TUTOR VIP ได้นะ พี่ๆ ยินดีให้คำปรึกษาเสมอ

     บทความต่อไป TUTOR VIP จะมาแนะนำอะไรอีกนั้น ฝากติดตามกันด้วยนะ

 

สนใจเรียนพิเศษภาษาที่ 3 ติดต่อได้ที่👇

Line logo LINE ID: @tutorvip หรือคลิ๊ก https://lin.ee/UQ3gQwP
 
ดูอัตราค่าเรียนพิเศษได้ที่ : https://tutor-vip.com/course/learning-price/
 

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึกการตั้งค่า