สวัสดีน้องๆ ทุกคน บทความนี้พี่ TUTOR VIP จะพาน้องๆ ไปศึกษาประวัติของ “คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส” บุคคลที่น้องๆ หลายคนน่าจะรู้จักในฐานะผู้ค้นพบทวีปอเมริกา ถ้าพร้อมแล้วไปรู้จักเขาให้มากขึ้นไปพร้อมกันเลย!
รู้จัก “คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส”
คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส (Christopher Columbus) เกิดราวปี ค.ศ. 1451 ในสาธารณรัฐเจนัว (อิตาลีในปัจจุบัน) เป็นนักสำรวจผู้มีความมุ่งมั่นและมีวิสัยทัศน์ในการเปลี่ยนเส้นทางการเดินเรือของโลกตะวันตกและเชื่อมั่นใน“ทฤษฎีโลกกลม” อย่างแรงกล้า เขามีความมุ่งมั่นที่จะหาทางลัดไปยังอินเดียและตะวันออกไกล เพื่อเข้าถึงแหล่งเครื่องเทศ ด้วยการล่องเรือมุ่งหน้าไปทางตะวันตกข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก แม้จะต้องใช้ความอดทนอย่างสูงในการหาทุนสนับสนุน แต่ในที่สุดเขาก็สามารถเอาชนะความลังเลใจของสมเด็จพระราชินีนาถอิซาเบลที่ 1 แห่งกัสติยาและพระเจ้าเฟร์นันโดที่ 2 แห่งอารากอน กษัตริย์แห่งสเปนได้
การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการสำรวจทั่วไป แต่เป็นการตัดสินใจที่ผูกพันกับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและอำนาจการค้าของโลกตะวันตกสมัยใหม่ ซึ่งกลายมาเป็นจุดเริ่มต้นที่เปลี่ยนทิศทางประวัติศาสตร์ของโลกตะวันตกไปตลอดกาล
โคลัมบัสใช้ชีวิตส่วนใหญ่บนท้องทะเลจนกระทั่งเสียชีวิตลงในค.ศ. 1506 ที่ประเทศสเปน เมื่ออายุประมาณ 54 ปี
การค้นพบดินแดนใหม่
ในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1492 โคลัมบัสออกเดินทางจากท่าเรือ Palos de la Frontera ทางตอนใต้ของสเปน เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ค.ศ. 1492 ด้วยเรือ 3 ลำ คือ ซานตา มาเรีย (Santa María), ปินตา (La Pinta), และ นินญา (La Niña) ท่ามกลางความกังขาและความหวาดกลัวของลูกเรือต่อสิ่งลี้ลับในมหาสมุทร จนกระทั่งในวันที่ 12 ตุลาคม ค.ศ. 1492 พวกเขาก็ได้ยินเสียงตะโกนแจ้งเตือนถึงการพบแผ่นดิน ซึ่งปัจจุบันสันนิษฐานว่าเป็นเกาะในหมู่เกาะบาฮามาส
อย่างไรก็ตาม โคลัมบัสมีความเข้าใจผิดอย่างใหญ่หลวง โดยโคลัมบัสยังคงเชื่อมั่นจนถึงวันสุดท้ายของชีวิตว่า ดินแดนที่พบนั้นเป็นส่วนหนึ่งของโลกเอเชีย มากกว่าทวีปที่แยกต่างหาก โดยไม่ได้ตระหนักเลยว่าตนเองกำลังยืนอยู่บน “โลกใหม่” ที่แยกขาดจากเอเชียและยุโรปอย่างสิ้นเชิง
“อเมริกา” ชื่อที่ไม่ได้มาจากโคลัมบัส
เรื่องที่น่าแปลกใจคือ ทวีปอันกว้างใหญ่แห่งนี้กลับไม่ได้ถูกตั้งชื่อตามโคลัมบัสผู้ซึ่งเดินทางมาถึง ในยุคนั้นมีนักสำรวจชาวอิตาลีชื่อ อเมริโก เวสปุชชี (Amerigo Vespucci) ได้เขียนจดหมายและรายงานที่ระบุว่า ดินแดนที่สำรวจทั้งชายฝั่งอเมริกาใต้และอเมริกาเหนือนั้น “ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของเอเชีย” แต่เป็น “โลกใหม่” ที่แตกต่างจากยุโรป–เอเชีย–แอฟริกา
ด้วยเหตุนี้ นักภูมิศาสตร์ชาวเยอรมันชื่อ Martin Waldseemüller ตีพิมพ์แผนที่และหนังสือในปี ค.ศ. 1507 ซึ่งเป็น “แผนที่แรก” ที่ใช้คำว่า “Americus” เพื่อเรียกดินแดนที่เวสปุชชีสำรวจ และต่อมาคำนี้ถูกนำมากำหนดเป็นชื่อทวีปทั้งทวีปในหลายภาษาว่า “อเมริกา”
โคลัมบัสค้นพบอเมริกาจริงหรือไม่?
หากตั้งคำถามว่าเหตุการณ์นี้คือการ “ค้นพบ” จริงหรือไม่ คำตอบนั้นขึ้นอยู่กับว่าเรากำลังมองผ่านมุมมองแบบใด
-
มุมมองทางภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์
โคลัมบัสไม่ใช่คนแรกที่มาเยือน เนื่องจากบรรพบุรุษของชาวอินเดียนแดงได้เดินทางข้ามสะพานแผ่นดินเบริง (Bering Land Bridge) เข้ามาอาศัยอยู่เมื่อกว่า 15,000 ปีก่อน นอกจากนี้ยังมีหลักฐานทางโบราณคดีที่ยืนยันว่า นักรบชาวไวกิ้งได้เดินทางมาถึงแคนาดาก่อนหน้าโคลัมบัสถึง 500 ปี
-
มุมมองของเจ้าของดินแดน
ดินแดนแห่งนี้ไม่เคยว่างเปล่า แต่เต็มไปด้วยอารยธรรม เมืองใหญ่ และวัฒนธรรมที่ซับซ้อนของชนพื้นเมือง เช่น อาณาจักรแอซเท็ก (Aztec Empire) หรืออินคา (Inca Empire) การที่คนต่างถิ่นอ้างว่าตนเป็นผู้ “ค้นพบ” จึงดูเป็นมุมมองที่เปรียบเสมือนการลบตัวตนของเจ้าของดินแดนเดิม
-
มุมมองโลกตะวันตก (ยุโรป)
โคลัมบัสคือ “ผู้เปิดประตูสู่โลกาภิวัตน์” ที่ทำให้ยุโรปรับรู้ถึงการมีอยู่ของอเมริกาอย่างถาวร สิ่งนี้นำไปสู่ “การแลกเปลี่ยนโคลัมบัส” (Columbian Exchange) ที่เกิดการหมุนเวียนทรัพยากรไปทั่วโลก ทว่าก็ต้องแลกมาด้วยด้านมืดอย่างการทำระบบทาสและการแพร่ระบาดของโรคที่คร่าชีวิตชนพื้นเมืองไปนับล้านคน
เมื่อพิจารณาตามหลักฐานเชิงประจักษ์ โคลัมบัสจึงไม่ใช่ผู้ค้นพบอเมริกาเป็นคนแรกของมวลมนุษยชาติ แต่เป็น “ผู้เปิดเส้นทางถาวร” ที่เชื่อมโยงอเมริกาเข้ากับระบบของโลกตะวันตก การใช้คำว่า “ค้นพบ” จึงเป็นเพียงวาทกรรมที่สะท้อนให้เห็นถึงมุมมองของผู้รุกรานในยุคอาณานิคมเท่านั้น ดังนั้น ในโลกยุคใหม่เราจึงควรเรียกเหตุการณ์นี้ว่า “การเผชิญหน้ากันของสองโลก” เพื่อเป็นการให้เกียรติอย่างเท่าเทียมกัน ทั้งแก่ผู้ที่มาเยือนใหม่และผู้ที่หยั่งรากลึกอยู่ในดินแดนแห่งนี้มาตั้งแต่แรกเริ่ม
วันโคลัมบัส
วันจันทร์สัปดาห์ที่สองของเดือนตุลาคมในทุกปีเป็นวัน “โคลัมบัสเดย์” (Columbus Day) ซึ่งถูกกำหนดให้เป็นวันหยุดราชการของสหรัฐอเมริกา เพื่อเฉลิมฉลองให้แก่ คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส นักสำรวจที่เดินทางมาถึงทวีปอเมริกาในวันที่ 12 ตุลาคม ค.ศ. 1492 และได้ประกาศยึดครองดินแดนแห่งนี้ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของสเปน
แม้คนจำนวนมากจะเข้าใจว่าโคลัมบัสคือ “ผู้ค้นพบทวีปอเมริกา” แต่หากพิจารณาตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์แล้ว การเดินทางทั้ง 4 ครั้งของเขาระหว่างปี ค.ศ. 1492-1504 เป็นเพียงการทำให้ทวีปอเมริกาเป็นที่รู้จักในหมู่ชาวยุโรปตะวันตกเท่านั้น อย่างไรก็ตามเหตุการณ์นี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เพราะไม่เพียงแต่เปิดทางให้ชาวยุโรปอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานครั้งใหญ่ แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการค้าทาสในดินแดนแห่งนี้อีกด้วย
ด้วยประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวพันกับการล่าอาณานิคมและการเหยียดสีผิวนี้เอง ทำให้ในปีที่มีกระแสความตื่นตัวทางสังคมอันเกิดจากความรุนแรงที่ตำรวจกระทำต่อคนผิวดำ รูปปั้นของโคลัมบัสรวมถึงบุคคลในประวัติศาสตร์ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้าทาสจึงถูกมวลชนทำลายลงเป็นจำนวนมาก
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หลายรัฐในสหรัฐอเมริกาจึงได้พยายามปรับเปลี่ยนความหมายของวันหยุดนี้ โดยหันมาให้เกียรติและรำลึกถึงกลุ่มชนพื้นเมืองดั้งเดิมที่ถูกชาวยุโรปกดขี่ข่มเหง แทนการเฉลิมฉลองให้กับการมาถึงของโคลัมบัส ทำให้วันหยุดนี้ถูกเรียกในชื่อใหม่ว่า “วันชนพื้นเมือง” (Indigenous Peoples’ Day) หรือ “วันชาวอเมริกันพื้นเมือง” (Native American Day)
เป็นอย่างไรกันบ้าง? หวังว่าหลังอ่านบทความนี้แล้ว น้องๆ จะได้เรียนรู้ประวัติที่น่าสนใจของ “คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส” กันมากขึ้นนะ
สำหรับใครที่กำลังมองหาที่ติวตัวต่อตัว หรือมีข้อสงสัยเพิ่มเติมก็มาปรึกษาพี่ TUTOR VIP ได้นะ พี่ ๆ ยินดีให้คำปรึกษาเสมอ
บทความต่อไป TUTOR VIP จะมาแนะนำอะไรอีกนั้น ฝากติดตามกันด้วยนะ
ด้วยความร่วมมือของ TUTOR-VIP X Clearnote Thailand

บทความล่าสุด
ภาษาอังกฤษ เรียนต่อต่างประเทศ
50 คำศัพท์ท่องเที่ยวภาษาอังกฤษ เที่ยวต่างประเทศได้แบบไม่สะดุด
สังคมและประวัติศาสตร์
คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ค้นพบทวีปอเมริกาจริงหรือไม่?
สังคมและประวัติศาสตร์
“นโปเลียน โบนาปาร์ต” จากนายพลสู่จักรพรรดิยุโรป