อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ คือใคร? จุดกำเนิดนาซีและสงครามโลกครั้งที่ 2

อดอล์ฟ ฮิตเลอร์คือใคร จุดกำเนิดนาซีและสงครามโลกครั้งที่ 2

     สวัสดีน้องๆ ทุกคน บทความนี้ พี่ TUTOR VIP จะมาแชร์เรื่องราวของ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้นำเผด็จการที่โหดร้ายที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์โลก มาศึกษาประวัติของเขาและเรียนรู้ประวัติศาสตร์โลกไปพร้อมกันในบทความกันเลย!

1.ฮิตเลอร์ในวัยเยาว์

ฮิตเลอร์ในวัยเยาว์ (1889 – 1905)

    อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ (Adolf Hitler) เกิดเมื่อวันที่ 20 เมษายน ค.ศ. 1889 ณ เมืองบราวนอัม อัม อินน์ เมืองชายแดนขนาดเล็กในออสเตรีย เขาเป็นบุตรคนที่ 4 จากลูกทั้งหมด 6 คนของ อาลัวส์ ฮิตเลอร์ และ คลารา เพิลเซิล ทว่าพี่ๆ ของเขาเสียชีวิตตั้งแต่ยังเด็กเกือบทั้งหมด ทำให้เขาได้รับความรักอย่างล้นพ้นจากมารดา

  • ความขัดแย้งกับบิดา: อาลัวส์เป็นข้าราชการศุลกากรที่มีนิสัยเผด็จการและเข้มงวด เขาคาดหวังให้ฮิตเลอร์เดินตามรอยเท้าในการเป็นข้าราชการ แต่ฮิตเลอร์กลับต่อต้านด้วยการตั้งใจเรียนให้ตกในวิชาที่ไม่ชอบ เพื่อพิสูจน์ว่าเขาไม่มีความสามารถด้านวิชาการและต้องการเป็นศิลปิน
  • อิทธิพลจากโรงเรียน: ในช่วงมัธยมที่เมืองลินทซ์ (Linz) ฮิตเลอร์ได้รับอิทธิพล “อุดมการณ์รวมกลุ่มเยอรมัน” (Pan-Germanism) จากอาจารย์ชื่อ เลโอโปลด์ พอสช์ (Leopold Pötsch) ผู้ที่ปลูกฝังความเกลียดชังต่อจักรวรรดิพหุวัฒนธรรมอย่างออสเตรีย-ฮังการี และเทิดทูนความเป็นเยอรมัน



2.ชีวิตฮิตเลอร์ในเวียนนา

ชีวิตในเวียนนา (1907 – 1912)

      ในปี 1907 ฮิตเลอร์มุ่งหน้าสู่กรุงเวียนนาด้วยความหวังจะเข้าเรียนที่ Academy of Fine Arts Vienna ทว่าเขาถูกปฏิเสธถึง 2 ครั้ง (1907 และ 1908) โดยคณะกรรมการแนะให้เขาไปเรียนด้านสถาปัตยกรรมแทน แต่เขาก็ทำไม่ได้เพราะไม่มีวุฒิการศึกษามัธยมปลาย

  • ช่วงตกต่ำที่สุด: หลังมารดาเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเต้านมในปี 1907 ฮิตเลอร์เริ่มหมดตัวจนต้องกลายเป็นคนไร้บ้านอาศัยในที่พักอนาถา
  • การบ่มเพาะอุดมการณ์: ในเวียนนา ฮิตเลอร์เริ่มอ่านหนังสือการเมืองอย่างบ้าคลั่ง เขาได้รับอิทธิพลจาก คาร์ล ลือเกอร์ (Karl Lueger) นายกเทศมนตรีเมืองเวียนนาผู้ใช้การต่อต้านชาวยิวเป็นเครื่องมือทางการเมือง และ เกออร์ก ริตเทอร์ ฟอน เชอเนอเรอร์ (Georg Ritter von Schönerer) ผู้นำแนวคิดชาตินิยมสุดโต่ง ช่วงนี้เองที่ความเชื่อเรื่อง “เผ่าพันธุ์อารยัน” และความเกลียดชังชาวยิวเริ่มฝังรากลึกในใจเขา





3.ฮิตเลอร์กับสงครามโลกครั้งที่ 1

สงครามโลกครั้งที่ 1: จุดเปลี่ยนจากศิลปินสู่ทหาร (1914 – 1918)

    ฮิตเลอร์ย้ายไปมิวนิกในปี 1913 เพื่อเลี่ยงการเกณฑ์ทหารในออสเตรีย เพราะเขาไม่อยากรับใช้รัฐที่เต็มไปด้วย “เชื้อชาติที่ด้อยกว่า” (เช่น สลาฟ และยิว) แต่เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 1 ปะทุขึ้นในปี 1914 เขากลับอาสาสมัครเข้ากองทัพบาวาเรียของเยอรมนีทันที

  • ทหารผู้โดดเดี่ยว: ฮิตเลอร์ทำหน้าที่เป็นพลนำสารส่งแนวรบด้านตะวันตกในฝรั่งเศสและเบลเยียม ใช้เวลาเกือบครึ่งหนึ่งอยู่หลังแนวหน้าเขาเข้าร่วมในยุทธการอีเปอร์ครั้งที่หนึ่ง, ยุทธการที่แม่น้ำซอม ยุทธการที่อารัส และยุทธการพัสเชนแดเลอ และได้รับบาดเจ็บที่แม่น้ำซอม ระหว่างสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ฮิตเลอร์ได้รับเชิดชูเกียรติสำหรับความกล้าหาญ ได้รับกางเขนเหล็กชั้นที่สอง ใน ค.ศ. 1914 และได้รับกางเขนเหล็กชั้นที่หนึ่ง เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ค.ศ. 1918 (ซึ่งหาได้ยากมากสำหรับทหารยศสิบตรี)
  • ทฤษฎีแทงข้างหลัง (Dolchstoßlegende): ขณะที่เขารักษาตัวจากอาการตาบอดชั่วคราวด้วยแก๊สพิษในโรงพยาบาล เขาได้ข่าวการยอมแพ้ของเยอรมนี ฮิตเลอร์โกรธแค้นมากและฝังใจเชื่อว่ากองทัพไม่ได้แพ้ในในสนามรบ แต่ถูก “ทรยศ” จากภายในโดยพวกนักการเมืองลัทธิมาร์กซิสต์และชาวยิว



4.การกำเนิดพรรคนาซี

การก้าวสู่อำนาจ: การกำเนิดพรรคนาซี (1919 – 1933)

    หลังสงคราม ฮิตเลอร์ทำงานเป็นสายลับให้กองทัพเพื่อตรวจสอบกลุ่มการเมือง จนได้พบกับ พรรคกรรมกรเยอรมัน (DAP) เขาพบว่าตนเองมีพรสวรรค์ด้านวาทศิลป์ที่สามารถสะกดผู้ฟังได้ จึงลาออกจากกองทัพมาทำพรรคการเมืองเต็มตัว

  • กบฏโรงเบียร์ (1923): ฮิตเลอร์พยายามก่อรัฐประหารในมิวนิกแต่ล้มเหลวและถูกจำคุก ในคุกเขาเขียนหนังสือ “Mein Kampf : การต่อสู้ของข้าพเจ้า” ซึ่งกล่าวถึงกระบวนการที่ฮิตเลอร์กลายเป็นผู้ต่อต้านยิว และภาพรวมของอุดมการณ์ทางการเมืองของฮิตเลอร์และแผนการในอนาคตสำหรับเยอรมนี
  • การเถลิงอำนาจ: วิกฤตเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ (The Great Depression) ในปี 1929 ทำให้ชาวเยอรมันสิ้นหวัง พรรคนาซีชูนโยบายแก้ปัญหาปากท้องและคืนความรุ่งโรจน์ให้ชาติ จนในที่สุดประธานาธิบดีฮินเดินบวร์คกต้องจำใจแต่งตั้งเขาเป็น นายกรัฐมนตรี (Chancellor) ในวันที่ 30 มกราคม 1933



 

นาซีเยอรมันและโศกนาฏกรรมโลก (1934 – 1945)

     หลังการเสียชีวิตของประธานาธิบดีฮินเดินบวร์คในปี 1934 ฮิตเลอร์ได้ประกาศกฎหมายควบรวมตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีเข้าด้วยกัน สถาปนาตนเองเป็น “ฟือเรอร์” (Führer) หรือผู้นำสูงสุดแต่เพียงผู้เดียว กองทัพเยอรมันทั้งหมดต้องกล่าวคำปฏิญาณตนต่อตัวเขาโดยตรง ไม่ใช่ต่อรัฐธรรมนูญอีกต่อไป



5.โศกนาฏกรรมโลก

1. การเปลี่ยนเยอรมนีเป็นรัฐเบ็ดเสร็จ (Gleichschaltung)

    ฮิตเลอร์เริ่มเปลี่ยนแปลงสังคมเยอรมนีในทุกมิติเพื่อให้สอดคล้องกับอุดมการณ์นาซี ดังนี้

  • การควบคุมสังคม: จัดตั้งหน่วยตำรวจลับเกสตาโป (Gestapo) และหน่วย SS (Schutzstaffel) เพื่อกวาดล้างผู้เห็นต่างทางการเมือง
  • การโฆษณาชวนเชื่อ: ภายใต้การนำของ โยเซ็ฟ เกิบเบิลส์ (Joseph Goebbels) สื่อทุกชนิดถูกใช้เพื่อเทิดทูนฮิตเลอร์และปลูกฝังความเกลียดชังต่อศัตรูของชาติ
  • การละเมิดสนธิสัญญาแวร์ซาย: ฮิตเลอร์แอบสั่งสะสมอาวุธและฟื้นฟูกองทัพ (Rearmament) อย่างรวดเร็ว เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับแผนการขยาย “พื้นที่อยู่อาศัย (อาณานิคม)” (Lebensraum) ให้กับชาวเยอรมัน



5.2โศกนาฏกรรมโลก

2. The Holocaust: โศกนาฏกรรมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

    The Holocaust คือโศกนาฏกรรมที่โหดร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ โดยมีรากฐานมาจากกฎนูเรมเบิร์ก (Nuremberg Laws) ที่ถอนสิทธิความเป็นพลเมืองของชาวยิว

  • จากค่ายกักกันสู่ค่ายมรณะ: เริ่มต้นจากการขับไล่ไปอยู่ในย่านสลัม (Ghetto) สู่การส่งตัวไปยังค่ายกักกันเพื่อใช้แรงงานทาส และจบลงที่ “การแก้ปัญหายิวครั้งสุดท้าย” (The Final Solution) ซึ่งคือการสังหารหมู่ในห้องแก๊ส
  • เหยื่อของความเกลียดชัง: ชาวยิวประมาณ 6 ล้านคนถูกสังหาร พร้อมกับกลุ่มคนอื่นๆ ที่นาซีมองว่า “ไม่คู่ควรจะอยู่” เช่น ชาวโรมา (ยิปซี), ผู้พิการทางกายและจิต, กลุ่มคนรักเพศเดียวกัน และเชลยศึกโซเวียต รวมตัวเลขผู้เสียชีวิตจากนโยบายนี้กว่า 11 ล้านคน



5.3โศกนาฏกรรมโลก

3. สงครามโลกครั้งที่ 2: เพลิงสงครามที่แผดเผาทั่วโลก

    ความทะเยอทะยานของฮิตเลอร์นำไปสู่การล่มสลายของสันติภาพในยุโรป

  • การเปิดฉาก: วันที่ 1 กันยายน 1939 เยอรมนีบุกโปแลนด์โดยใช้กลยุทธ์ “สายฟ้าแลบ” (Blitzkrieg) ซึ่งเป็นการประสานงานกันอย่างรวดเร็วระหว่างรถถัง เครื่องบิน และทหารราบ ทำให้อังกฤษและฝรั่งเศสประกาศสงครามกับเยอรมนีทันที
  • การขยายตัวของสงคราม: ฮิตเลอร์เข้ายึดครองยุโรปเกือบทั้งหมด ก่อนจะตัดสินใจผิดพลาดครั้งใหญ่ด้วยการบุกสหภาพโซเวียต (Operation Barbarossa) ในปี 1941 ซึ่งทำให้เยอรมนีต้องเผชิญกับสงครามสองด้าน
  • ความสูญเสีย: สงครามนี้ไม่ได้จบลงเพียงแค่ในสนามรบ แต่ยังรวมถึงการทิ้งระเบิดปูพรมใส่เมืองใหญ่และการสูญเสียชีวิตของพลเรือนทั่วโลกประเมินอยู่ที่ 70-85 ล้านคน



 

6.ช่วงบั้นปลายชีวิตของฮิตเลอร์

ช่วงบั้นปลายชีวิต (1945)

   ฮิตเลอร์ย้ายลงไปพำนักที่ ฟือเรอร์บังเกอร์ (Führerbunker) ใต้ทำเนียบรัฐบาลในเบอร์ลินอย่างถาวรเมื่อวันที่ 16 มกราคม 1945 เนื่องจากกองทัพโซเวียตบุกประชิดพรมแดนตะวันออก และเบอร์ลินถูกเครื่องบินสัมพันธมิตรทิ้งระเบิดอย่างหนักจนไม่สามารถใช้ชีวิตบนดินได้

    บังเกอร์มีความลึกและผนังคอนกรีตหนากว่า 3 เมตร ภายในมีระบบปั่นไฟและกรองอากาศเอง ฮิตเลอร์ใช้ที่นี่เป็นศูนย์บัญชาการสุดท้าย โดยสั่งการผ่านสายโทรศัพท์และวิทยุ

    วันที่ 16 เมษายน โซเวียตเริ่มเปิดฉากบุกเบอร์ลินเต็มตัว ฮิตเลอร์หวังว่ากองทัพเยอรมันที่เหลืออยู่จะมาช่วยคลายวงล้อม แต่กองทัพเหล่านั้นล้วนอ่อนกำลังและพ่ายแพ้ไปหมดแล้ว

    ฮิตเลอร์เริ่มมีอาการสติแตก (Mental Breakdown) ในระหว่างการประชุมแผนที่เมื่อวันที่ 22 เมษายน เขาตะโกนด่านายพลว่า “ทรยศ” และเป็นครั้งแรกที่เขายอมรับต่อหน้าทุกคนว่า “สงครามพ่ายแพ้แล้ว”

    ฮิตเลอร์ทราบข่าวว่า ไฮน์ริช ฮิมม์เลอร์ (ผู้นำ SS) แอบไปเจรจายอมจำนนกับสัมพันธมิตร ทำให้เขาตัดสินใจจบชีวิตตนเองเพราะไม่เชื่อใจใครอีกต่อไป

    ในวันที่ 29 เมษายน ฮิตเลอร์ทำสองสิ่งสำคัญคือ

  1. แต่งงาน: จดทะเบียนสมรสกับ เอวา บราวน์ เพื่อตอบแทนความซื่อสัตย์
  2. เขียนพินัยกรรม: ระบุให้ จอมพลเรือ คาร์ล เดอนิทซ์ (Karl Dönitz) สืบทอดอำนาจ และย้ำแค้นว่าความพ่ายแพ้ครั้งนี้เป็นเพราะพวกชั่วร้ายและชาวยิว

ปิดฉากชีวิตและอาณาจักร (30 เมษายน 1945)

  • การทำอัตวินิบาตกรรม: เวลาประมาณ 15:30 น. หลังจากอำลาคนสนิท ฮิตเลอร์และเอวาแยกตัวเข้าห้องส่วนตัว ฮิตเลอร์ใช้ปืนยิงขมับขวา ขณะที่เอวากินยาพิษไซยาไนด์
  • การทำลายหลักฐาน: เจ้าหน้าที่นำร่างของทั้งคู่ขึ้นไปที่สวนด้านบน ราดน้ำมันเบนซิน 200 ลิตรแล้วจุดไฟเผา เพื่อไม่ให้โซเวียตนำศพไปทำลายเกียรติยศ 

บทสรุปหลังเสียงปืน

  • เยอรมนียอมจำนนอย่างเป็นทางการในวันที่ 8 พฤษภาคม 1945
  • บังเกอร์ถูกทหารโซเวียตเข้ายึดและพยายามระเบิดทำลายทิ้งในภายหลัง ปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวกลายเป็นลานจอดรถและมีเพียงป้ายข้อมูลทางประวัติศาสตร์ติดตั้งไว้เท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้กลายเป็นสถานที่ซ่องสุมของกลุ่มนีโอนาซี



 

    เป็นอย่างไรกันบ้าง? หวังว่าหลังอ่านบทความนี้แล้ว น้อง ๆ จะได้รับความรู้เกี่ยวกับ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์กันมากขึ้นนะ 

    สำหรับใครที่กำลังมองหาที่ติวตัวต่อตัว หรือมีข้อสงสัยเพิ่มเติมก็มาปรึกษาพี่ TUTOR VIP ได้นะ พี่ ๆ ยินดีให้คำปรึกษาเสมอ


   บทความต่อไป TUTOR VIP จะมาแนะนำอะไรอีกนั้น ฝากติดตามกันด้วยนะ

 

ด้วยความร่วมมือของ TUTOR-VIP X Clearnote Thailand

 

สนใจเรียนพิเศษประวัติศาสตร์ตัวต่อตัว ติดต่อได้ที่👇

Line logo LINE ID: @tutorvip หรือคลิ๊ก https://lin.ee/UQ3gQwP
 
ดูอัตราค่าเรียนพิเศษได้ที่ : https://tutor-vip.com/course/learning-price/
 

บทความล่าสุด

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

Save