“นโปเลียน โบนาปาร์ต” จากนายพลสู่จักรพรรดิยุโรป

นโปเลียน โบนาปาร์ต จากนายพลสู่จักรพรรดิยุโรป

     สวัสดีน้องๆ ทุกคน บทความนี้พี่ TUTOR VIP จะพาน้องๆ ไปศึกษาประวัติของ นโปเลียน โบนาปาร์ต​ ผู้สร้างจักรวรรดินโปเลียนอันยิ่งใหญ่ ถ้าพร้อมแล้วไปศึกษาพร้อมกันในบทความกันเลย!

1.1รู้จัก นโปเลียน โบนาปาร์ต

รู้จัก “นโปเลียน โบนาปาร์ต”

    นโปเลียน โบนาปาร์ต (Napoleon Bonaparte) เกิดเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ปี 1769 ที่เมืองอาจักซีโอ (Ajaccio) บนเกาะคอร์ซิกา โดยเติบโตในครอบครัวชนชั้นกลางระดับล่าง (minor nobility) ที่มีเชื้อสายอิตาลี-ทัสคาน เมื่ออายุ 9 ขวบ เขาถูกส่งตัวไปศึกษาที่โรงเรียนทหาร Brienne-le-Château ในประเทศฝรั่งเศส ชีวิตในโรงเรียนของเขาไม่ง่ายนัก เนื่องจากเขาถูกเพื่อนร่วมชั้นที่เป็นชนชั้นขุนนางกลั่นแกล้งเพราะมี “สำเนียงคอร์ซิกา” ติดตัว อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้นโปเลียนกลายเป็นคนเก็บตัวและหันมามุ่งมั่นทุ่มเทให้กับการศึกษา โดยเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์และประวัติศาสตร์โรมัน

    จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นจากเหตุการณ์การปฏิวัติฝรั่งเศสและยุทธการที่ตูลง เมื่อเกิดการปฏิวัติฝรั่งเศสในปี 1789 นโปเลียนมองเห็นโอกาสก้าวหน้าท่ามกลางความวุ่นวายทางการเมือง ผลงานที่สร้างชื่อเสียงให้เขาอย่างมากคือ ยุทธการที่ตูลง (Siege of Toulon) ในปี 1793 ในศึกครั้งนี้ นโปเลียนได้แสดงอัจฉริยภาพทางทหารด้วยการวางกำลังปืนใหญ่ถึง 100 กระบอก จนสามารถยึดเนิน Mulgrave และท่าเรือคืนจากกองทัพผสมอังกฤษและสเปนได้สำเร็จในวันที่ 22 กันยายน จากความดีความชอบนี้ เขาได้รับการเลื่อนยศขึ้นเป็นนายพลจัตวา (général de brigade) ในวันที่ 2 ธันวาคม 1793 ด้วยวัยเพียง 24 ปี ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในนายพลที่มีอายุน้อยที่สุด

1.2รู้จัก นโปเลียน โบนาปาร์ต

    ความสำเร็จในศึกอิตาลี (ปี 1796–1797) ในเวลาต่อมา นโปเลียนได้นำกองทัพทหารจำนวน 30,000 นาย ไปเผชิญหน้ากับกองทัพออสเตรียที่มีกำลังพลเหนือกว่าถึง 70,000 นาย เขาใช้กลยุทธ์ “แบ่งแยกและพิชิต” (divide and conquer) จนสามารถคว้าชัยชนะในสมรภูมิสำคัญต่างๆ ได้แก่ Lodi, Arcole และ Rivoli

    ชัยชนะอย่างต่อเนื่องนี้นำไปสู่การลงนามในสนธิสัญญากัมโปฟอร์มีโอ (Campo Formio) ในปี 1797 ซึ่งทำให้ฝรั่งเศสได้ครอบครองดินแดนเบลเยียมและไรน์แลนด์ (ดินแดนฝั่งตะวันตกของเยอรมนีในปัจจุบัน) นอกจากความสำเร็จทางทหารแล้ว นโปเลียนยังเป็นที่รักและได้รับความเคารพอย่างมากจากทหารใต้บังคับบัญชา ซึ่งพากันตั้งฉายาให้เขาอย่างยกย่องว่า “Little Corporal” (จ่าสิบโทน้อย)

2.1การรัฐประหารและการปฏิรูปประเทศ

การรัฐประหารและการปฏิรูปประเทศ

     ความสำเร็จและล้มเหลวในอียิปต์ (ค.ศ. 1798-1801): แม้การเดินทัพจะล้มเหลวทางการทหารจากยุทธการที่แม่น้ำไนล์ (Battle of the Nile) แต่ในทางวิชาการถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมากจากการค้นพบศิลาโรเซตตา (Rosetta Stone) ซึ่งช่วยให้สามารถถอดรหัสอักษรฮีโรกลิฟิกได้

  • การยึดอำนาจ: นโปเลียนได้แยกทัพและลอบเดินทางกลับกรุงปารีสเพื่อเข้าร่วมการรัฐประหาร 18 บรูว์แมร์ (Coup of 18 Brumaire) (9-10 พฤศจิกายน ค.ศ. 1799) โค่นล้มรัฐบาล Directory ที่กำลังอ่อนแอ
  • การสถาปนาตนเอง: หลังจากการรัฐประหาร เขาได้ก้าวขึ้นเป็นกงสุลเอก (First Consul) และในเวลาต่อมาได้สวมมงกุฎขึ้นเป็นจักรพรรดิแห่งฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม ค.ศ. 1804

     การปฏิรูปและวางรากฐานฝรั่งเศสสมัยใหม่ ผลงานการปฏิรูปของนโปเลียนมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยหลายสถาบันและกฎหมายยังคงมีอิทธิพลอยู่จนถึงปัจจุบัน ได้แก่

  • การปฏิรูปกฎหมาย (Code Civil): หรือประมวลกฎหมายนโปเลียน ประกาศใช้เมื่อวันที่ 21 มีนาคม ค.ศ. 1804 ประกอบด้วย 2,281 มาตรา มีสาระสำคัญคือการยกเลิกระบบศักดินา สร้างมาตรฐานความเท่าเทียม และคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินส่วนบุคคล กฎหมายฉบับนี้กลายมาเป็นต้นแบบของกฎหมายแพ่งในกว่า 70 ประเทศทั่วโลก ซึ่งประเทศไทยในสมัยรัชกาลที่ 5 ก็ได้นำมาปรับใช้บางส่วนเช่นกัน
2.2การรัฐประหารและการปฏิรูปประเทศ
  • การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ: มีการก่อตั้งธนาคารแห่งประเทศฝรั่งเศส (Banque de France) ขึ้นเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1800 เพื่อช่วยแก้ไขวิกฤตเงินเฟ้อ
  • การพัฒนาระบบการศึกษา:
    • ก่อตั้งโรงเรียนมัธยม (Lycées) จำนวน 36 แห่งในปี ค.ศ. 1802
    • ก่อตั้งมหาวิทยาลัยอิมพีเรียล (Imperial University) ในช่วงปี ค.ศ. 1806-1808 เพื่อมุ่งเน้นการสร้างและพัฒนาบุคลากรให้แก่ชาติ
3.จุดสูงสุดของอำนาจ

จุดสูงสุดของอำนาจ

        จักรวรรดินโปเลียนเจริญรุ่งเรืองจนถึงขีดสุด โดยมีจุดสูงสุดทางการทหารในช่วงปี ค.ศ. 1805-1807 และแผ่ขยายอาณาเขตได้กว้างใหญ่ที่สุดในปี ค.ศ. 1812 ในยุคที่รุ่งโรจน์ที่สุดนี้ นโปเลียนทรงมีอำนาจปกครองประชากรมากถึงราว 70 ล้านคน ซึ่งครอบคลุมทั้งประชากรในอาณาจักรและในดินแดนที่เป็นรัฐบริวาร แม้ว่าพระองค์จะต้องเผชิญหน้ากับกองกำลังพันธมิตร (Coalitions) ที่รวมตัวกันต่อต้านถึง 6-7 ครั้งก็ตาม

    หนึ่งในชัยชนะที่ยิ่งใหญ่และได้รับการจดจำมากที่สุดคือ ยุทธการเอาสเตอร์ลิทซ์ (Battle of Austerlitz) เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม ค.ศ. 1805 ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น “ชัยชนะภายใต้แสงอาทิตย์แห่งเอาสเตอร์ลิทซ์” ในสมรภูมินี้ นโปเลียนได้นำกองทัพกร็องดาร์เม (Grande Armée) จำนวน 73,000 นาย เข้าต่อกรกับกองทัพพันธมิตรรัสเซียและออสเตรียที่มีกำลังพลเหนือกว่าถึง 86,000 นาย ด้วยพระปรีชาสามารถในการวางกลยุทธ์ นโปเลียนทรงใช้ยุทธวิธีหลอกล่อดึงดูดความสนใจของศัตรู และส่งกองกำลังเข้าโจมตีตลบหลังที่เนินเขาพราตเซน (Pratzen Heights) จนสามารถเอาชนะได้อย่างเด็ดขาด ฝ่ายฝรั่งเศสสูญเสียกำลังทหารไปประมาณ 9,000 นาย ในขณะที่ฝ่ายพันธมิตรสูญเสียอย่างหนักถึง 27,000 นาย ชัยชนะอันเด็ดขาดนี้นำไปสู่การลงนามในสนธิสัญญาเพรสบูร์ก (Treaty of Pressburg) ซึ่งบีบบังคับให้ออสเตรียต้องยอมจำนนในที่สุด

    นอกจากการทำสงครามสู้รบแล้ว นโปเลียนยังได้ริเริ่มทำสงครามเศรษฐกิจด้วยการประกาศใช้ ระบบภาคพื้นดิน (Continental System) ในปี ค.ศ. 1806 โดยมีมาตรการสั่งห้ามชาติยุโรปทำการค้ากับประเทศอังกฤษเพื่อหวังบีบคั้นทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามนโยบายนี้กลับกลายเป็นดาบสองคมที่ส่งผลให้เศรษฐกิจของยุโรปพังทลายลงเสียเอง และในเวลาต่อมา เมื่อรัสเซียตัดสินใจฝ่าฝืนข้อห้ามของระบบภาคพื้นดินดังกล่าว เหตุการณ์นี้จึงกลายเป็นชนวนเหตุสำคัญที่นำไปสู่การเกิดสงครามครั้งใหญ่ในปี ค.ศ. 1812

4.1การล่มสลาย

จุดเริ่มต้นของการล่มสลาย

   การล่มสลายของจักรวรรดินโปเลียนไม่ได้เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน แต่ก่อตัวขึ้นจากความล้มเหลวใน สงครามคาบสมุทรสเปน (ปี 1808-1814) ซึ่งนโปเลียนขนานนามว่าเป็น “บาดแผลเรื้อรัง” (Spanish Ulcer) ในสงครามดังกล่าว กองทัพฝรั่งเศสต้องเผชิญกับการต่อต้านอย่างหนักจากกองโจรชาวสเปนและกองทัพของดยุกแห่งเวลลิงตัน (Wellington) จนส่งผลให้ต้องสูญเสียกำลังพลไปราว 300,000 นาย

    ความอ่อนแอเริ่มปรากฏชัดเจนยิ่งขึ้นและกลายเป็นหายนะครั้งยิ่งใหญ่ในเวลาต่อมา เมื่อนโปเลียนตัดสินใจนำ กองทัพใหญ่ (Grande Armée) ซึ่งมีกำลังพลมหาศาลกว่า 612,000 นายที่รวบรวมมาจาก 20 ชาติ บุกเข้าไปในจักรวรรดิรัสเซียในปี 1812 ทว่าการเดินทัพครั้งนี้กองทัพฝรั่งเศสต้องเผชิญกับอุปสรรคแสนสาหัสจากกลยุทธ์ทำลายล้าง (Scorched Earth) ของนายพลคูตูซอฟ (Kutuzov) แห่งรัสเซีย ที่สั่งให้เผาทำลายเมืองมอสโกและสโมเลนสก์ทิ้งทั้งหมดเพื่อตัดเสบียง ผนวกกับสภาพอากาศที่หนาวเหน็บรุนแรงถึง -30 องศาเซลเซียส นโปเลียนต้องตัดสินใจสั่งล่าถอยข้ามแม่น้ำเบเรซินา (Berezina) ในช่วงวันที่ 28-29 พฤศจิกายน ซึ่งผลลัพธ์จากสงครามครั้งนี้ทำให้มีทหารรอดชีวิตกลับมาได้เพียง 40,000 ถึง 70,000 นาย และสูญเสียกำลังพลไปมากกว่า 500,000 นาย

4.2การล่มสลาย

การพ่ายแพ้ที่ไลพ์ซิชและการปิดฉากจักรวรรดิที่วอเตอร์ลู

    ความบอบช้ำจากรัสเซียส่งผลให้กองทัพฝรั่งเศสอ่อนแอลงอย่างมาก และนำไปสู่การพ่ายแพ้อีกครั้งในยุทธการที่ไลพ์ซิช (Battle of Leipzig) ระหว่างวันที่ 16-19 ตุลาคม ปี 1813 ในศึกนี้ กองทัพของนโปเลียนที่มีจำนวน 195,000 นาย ต้องรับมือกับกองกำลังผสมของฝ่ายพันธมิตรที่เหนือกว่าด้วยจำนวนถึง 365,000 นาย ฝ่ายฝรั่งเศสสูญเสียทหารไป 73,000 นาย และเป็นผลให้ นโปเลียนต้องถูกเนรเทศไปยังเกาะเอลบา (Elba)

    แม้จะถูกเนรเทศ แต่นโปเลียนก็สามารถหลบหนีกลับมายังกรุงปารีสเพื่อฟื้นฟูอำนาจได้อีกครั้งในช่วงเวลาที่ประวัติศาสตร์เรียกว่า “ยุค 100 วัน” (Hundred Days: 20 มีนาคม – 22 มิถุนายน 1815) โดยเขาสามารถรวบรวมกำลังทหารกลับมาได้ถึง 280,000 นาย อย่างไรก็ตาม วาระสุดท้ายของจักรวรรดิได้มาถึงอย่างเป็นทางการใน สมรภูมิวอเตอร์ลู (Waterloo) เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 1815 นโปเลียนพ่ายแพ้อย่างราบคาบต่อกองกำลังผสมที่นำโดยเวลลิงตันซึ่งคุมทหารอังกฤษและดัตช์ 68,000 นาย ร่วมกับนายพลบลึคเคอร์ (Blücher) ที่คุมทหารปรัสเซีย 50,000 นาย ในสมรภูมิสุดท้ายนี้ กองทัพฝรั่งเศสสูญเสียทหารไป 41,000 นาย ขณะที่ฝ่ายพันธมิตรสูญเสียไป 24,000 นาย เหตุการณ์นี้ถือเป็นการปิดฉากจักรวรรดินโปเลียนลงอย่างถาวร

5.มรดกและบทเรียนสำคัญ

มรดกและบทเรียนสำคัญ

    หลังพ่ายแพ้ที่วอเตอร์ลูในปี 1815 นโปเลียนถูกเนรเทศไปยังเกาะเซนต์เฮเลนา (Saint Helena) ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1815 ก่อนจะเสียชีวิตลงในวันที่ 5 พฤษภาคม ค.ศ. 1821 ซึ่งสาเหตุการเสียชีวิตของเขายังคงเป็นที่ตั้งข้อสังเกตว่าอาจเกิดจากโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร หรืออาจถูกวางยาพิษด้วยสารหนู (arsenic)

    มรดกของนโปเลียน (เปรียบเสมือนเหรียญสองด้าน) ผลกระทบที่นโปเลียนทิ้งไว้ให้กับโลกนั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสียที่ชัดเจน ดังนี้

ด้านสว่าง (ผลงานที่สร้างคุณูปการ)

  • ประมวลกฎหมายนโปเลียน (Napoleonic Code): เป็นมรดกทางกฎหมายที่สำคัญและยังคงถูกนำไปใช้ในกว่า 70 ประเทศทั่วโลก
  • ระบบมาตราชั่งตวงวัด: การริเริ่มใช้ระบบเมตริก (Metric system)
  • ความเท่าเทียมทางการศึกษา: การก่อตั้งระบบโรงเรียนมัธยม (Lycées) เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกันในการศึกษา
  • ระบบเศรษฐกิจ: การก่อตั้งธนาคารแห่งชาติฝรั่งเศส (Banque de France)
  • การเมืองและแนวคิดชาตินิยม: เป็นผู้กระตุ้นให้เกิดแนวคิดชาตินิยม ซึ่งนำไปสู่การรวมชาติของประเทศเยอรมนีและอิตาลีในเวลาต่อมา
  • สถาปัตยกรรม: การสร้างประตูชัยฝรั่งเศส (Arc de Triomphe) ซึ่งกลายมาเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญ

ด้านมืด (ผลกระทบเชิงลบที่ร้ายแรง)

  • จอมเผด็จการกระหายสงคราม: การทำสงครามอย่างต่อเนื่องของเขาเป็นผลให้มีผู้เสียชีวิตไปมากถึง 5-7 ล้านคน
  • แบบอย่างของผู้นำเผด็จการในยุคหลัง: ความเป็นผู้นำแบบเผด็จการของเขาได้กลายเป็นต้นแบบให้กับผู้นำอย่าง เบนิโต มุสโสลินี (Mussolini) และ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ (Hitler) โดยฮิตเลอร์ถึงกับเขียนยกย่องสรรเสริญนโปเลียนไว้ในหนังสือการต่อสู้ของข้าพเจ้า (Mein Kampf)

 

     เป็นอย่างไรกันบ้าง? หวังว่าหลังอ่านบทความนี้แล้ว น้องๆ จะได้เรียนรู้ประวัติที่น่าสนใจของ นโปเลียน โบนาปาร์ต กันมากขึ้นนะ 

    สำหรับใครที่กำลังมองหาที่ติวตัวต่อตัว หรือมีข้อสงสัยเพิ่มเติมก็มาปรึกษาพี่ TUTOR VIP ได้นะ พี่ ๆ ยินดีให้คำปรึกษาเสมอ


   บทความต่อไป TUTOR VIP จะมาแนะนำอะไรอีกนั้น ฝากติดตามกันด้วยนะ

 

ด้วยความร่วมมือของ TUTOR-VIP X Clearnote Thailand

 

สนใจเรียนพิเศษประวัติศาสตร์ตัวต่อตัว ติดต่อได้ที่👇

Line logo LINE ID: @tutorvip หรือคลิ๊ก https://lin.ee/UQ3gQwP
 
ดูอัตราค่าเรียนพิเศษได้ที่ : https://tutor-vip.com/course/learning-price/
 

บทความล่าสุด

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

Save