เนลสัน แมนเดลา จากนักโทษสู่ผู้นำ เปลี่ยนแอฟริกาใต้ได้อย่างไร

เนลสัน แมนเดลา จากนักโทษสู่ผู้นำเปลี่ยนแอฟริกาใต้ได้อย่างไร

     “เนลสัน แมนเดลา ” ​ คือใคร? และมีบทบาทสำคัญอย่างไร? เชื่อว่าน้องๆ หลายคนน่าจะคุ้นเคยกับชื่อนี้ บทความนี้พี่ TUTOR VIP จะพาน้องๆ ไปศึกษาประวัติของเขากันอย่างลึกซึ้ง ถ้าพร้อมแล้วไปศึกษาพร้อมกันในบทความกันเลย!

1. รู้จัก เนลสัน แมนดาลา

รู้จัก “เนลสัน แมนเดลา”

     เนลสัน แมนเดลา (Nelson Mandela) เกิดเมื่อ 18 กรกฎาคม 1918 ในชื่อ “โรลีลาลา” (Rolihlahla) ซึ่งในภาษาโซซาแปลว่า “ดึงกิ่งก้านของต้นไม้” หรือ “ตัวแสบ” เขาเกิดในหมู่บ้าน Mvezo ในตระกูลที่ปรึกษากษัตริย์ของราชวงศ์เทมบู ซึ่งเป็นราชวงศ์ที่ปกครองแคว้นทรานสไก ของแอฟริกาใต้

  • ชีวิตในวัยเรียน

     แมนเดลาเป็นสมาชิกครอบครัวแรกที่ได้รับโอกาสเข้าโรงเรียนประถม ครูตั้งชื่อภาษาอังกฤษให้เขาว่า “เนลสัน” เพื่อให้เข้ากับระบบการศึกษาแบบตะวันตก ต่อมาเขาเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยฟอร์ตแฮร์ (University of Fort Hare) สถาบันชั้นนำของประเทศแต่ถูกไล่ออกในปี 1940 เนื่องจากเขาได้เข้าร่วมการประท้วงเรื่องคุณภาพอาหารและการบริหารของมหาวิทยาลัยที่ล้มเหลว

  • หนีการคลุมถุงชน

     เพื่อเลี่ยงการแต่งงานที่ถูกจัดวางไว้ เขาหนีไปโจฮันเนสเบิร์กในปี 1941 เริ่มต้นจากการเป็นยามเฝ้าเหมืองทอง ก่อนจะพบกับ วอลเตอร์ ซิซูลู (Walter Sisulu) ผู้เปรียบเสมือนพี่เลี้ยงทางการเมืองที่แนะนำให้เขาเข้าสู่พรรคพรรคสมัชชาแห่งชาติแอฟริกา (ANC) และเรียนต่อด้านกฎหมายที่มหาวิทยาลัย Witwatersrand (University of Witwatersrand) ซึ่งที่นี่เขาได้สัมผัสอุดมการณ์เสรีนิยมและคอมมิวนิสต์จากเพื่อนหลากเชื้อชาติครั้งแรก

2.1 การต่อสู้ทางการเมือง

ก้าวแรกสู่การต่อสู้ทางการเมือง

      ในปี 1948 พรรค National Party ชนะเลือกตั้งและเริ่มใช้ระบบ Apartheid (แยกสิทธิคนผิวดำออกจากคนขาว) อย่างเต็มรูปแบบ แมนเดลาและเพื่อนร่วมรุ่นอย่าง Oliver Tambo ได้ผลักดันให้ พรรคANC เลิกใช้วิธีการยื่นคำร้องไม่เห็นด้วยแบบสันติวิธี และหันมาใช้แผนปฏิบัติการที่ดุดันขึ้น

  • แคมเปญฝ่าฝืนกฎหมาย (Defiance Campaign, 1952)

 แมนเดลานำอาสาสมัครจงใจฝ่าฝืนกฎหมายเหยียดผิว เช่น การเดินเข้าประตู “เฉพาะคนขาว” หรือใช้บริการรถเมล์ต้องห้าม เขาถูกจับกุมครั้งแรกๆ ในช่วงนี้ และชื่อเสียงของเขาก็เริ่มขจรขยายไปทั่วประเทศ

2.2 การต่อสู้ทางการเมือง
  • ธรรมนูญเสรีภาพ (Freedom Charter, 1955)

     แมนเดลาเป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญที่ร่าง “ธรรมนูญแห่งเสรีภาพ” ซึ่งประกาศว่า “แอฟริกาใต้เป็นของทุกคนที่อาศัยอยู่ในนั้น ทั้งคนผิวดำและผิวขาว” รัฐบาลมองว่านี่คือการขายชาติและเป็นแนวคิดคอมมิวนิสต์ นำไปสู่การจับกุมแมนเดลาและพวกพวกรวม 156 คนในคดีกบฏ (Treason Trial) ซึ่งใช้เวลากว่า 5 ปีจนศาลยกฟ้องในปี 1961

3. การต่อสู้ด้วยอาวุธ

จุดเปลี่ยนสู่การต่อสู้ด้วยอาวุธ

    จุดเปลี่ยนที่ทำให้แมนเดลาละทิ้งสันติวิธีคือ เหตุการณ์สังหารหมู่ที่ชาร์ปวิลล์ (Sharpeville Massacre) ในปี 1960 เมื่อตำรวจยิงผู้ประท้วงมือเปล่าเสียชีวิต 69 ศพ (บางรายงานรวมสูงถึง 91 ราย) รัฐบาลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและแบนพรรค ANC

  • นักรบใต้ดิน 

     แมนเดลากลายเป็นบุคคลที่รัฐบาลต้องการตัวมากที่สุด เขาปลอมตัวเป็นคนขับรถและคนสวนเพื่อเดินทางไปทั่วประเทศ เขาแอบหนีออกนอกประเทศเพื่อไปฝึกยุทธวิธีทางทหารในแอลจีเรียและเอธิโอเปีย

  • การก่อวินาศกรรม 

     แมนเดลาก่อตั้งกองกำลังติดอาวุธ MK (Umkhonto we Sizwe) โดยเน้นกลยุทธ์ “การโจมตีทรัพย์สินทางยุทธศาสตร์” เช่น สถานีตำรวจ รางรถไฟ และโรงไฟฟ้า เพื่อบีบให้รัฐบาลเจรจาโดยพยายามไม่ให้มีการสูญเสียชีวิตคนบริสุทธิ์




4.1 ชีวิตนักโทษ 27 ปี

ชีวิตนักโทษ 27 ปี

    ปี 1962 แมนเดลาถูกจับที่ด่านฮอววิค (Howick) ได้รับโทษ 5 ปีฐานยุยงปลุกปั่น และต่อมาตำรวจบุกค้นฐานที่มั่นลับของกองกำลังติดอาวุธ MK ในย่านริโวเนีย (Rivonia) นครโจฮันเนสเบิร์ก โดยทางตำรวจได้พบเอกสารแผนการโค่นล้มรัฐบาล แทนที่จะต่อสู้คดีเพื่อเอาตัวรอด แมนเดลาใช้คอกจำเลยเป็นเวทีปราศรัยทางการเมือง เขาแถลงต่อหน้าศาลนานกว่า 3 ชั่วโมง จบด้วยประโยคที่โลกรวมถึงศาลต้องสะเทือนว่า “ผมพร้อมจะตายเพื่ออุดมการณ์นี้”  ศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ส่งไปเกาะร็อบเบน (Robben Island)

4.2 ชีวิตนักโทษ 27 ปี
  • นรกที่ Robben Island

 เขาถูกส่งไปขังในคุกความมั่นคงสูงสุด ห้องขังมีขนาดเพียง 2×2.5 เมตร เขาต้องตื่นแต่เช้าไปสกัดหินในเหมืองปูนท่ามกลางแดดจ้า ซึ่งแสงสะท้อนจากหินปูนทำให้สายตาของเขาเสียหายถาวร (ไม่มีน้ำตาไหลออกมาอีกเลยตลอดชีวิต) อย่างไรก็ตาม เขาเปลี่ยนคุกให้เป็น “มหาวิทยาลัย” โดยการสอนหนังสือให้เพื่อนนักโทษคนอื่น ๆ

5. การเจรจาลับสู่เสรีภาพ

การเจรจาลับสู่เสรีภาพ

    ในช่วงทศวรรษ 1980 แอฟริกาใต้อยู่ในภาวะมิคสิทธิ์ การประท้วงรุนแรงและการคว่ำบาตรจากต่างชาติทำให้เศรษฐกิจพังพินาศ ประธานาธิบดี P.W. Botha ยื่นข้อเสนอปล่อยตัวแมนเดลาหลายครั้ง “ถ้า” เขายอมยุติความรุนแรง แต่แมนเดลาปฏิเสธทุกครั้ง โดยกล่าวว่า “เสรีภาพของข้าพเจ้าไม่อาจแยกออกจากเสรีภาพของประชาชนได้”

  • การทูตหลังลูกกรง

 แมนเดลาเริ่มเจรจาลับกับรัฐมนตรียุติธรรม Kobie Coetsee ในโรงพยาบาลและในบ้านพักลับ เขาต้องใช้ความใจเย็นอย่างมากเพื่อโน้มน้าวให้รัฐบาลผิวขาวเชื่อว่า “คนดำจะไม่มีการล้างแค้น”

  • 11 กุมภาพันธ์ 1990

วันที่ประวัติศาสตร์จารึก เมื่อประธานาธิบดี F.W. de Klerk ประกาศปล่อยตัวแมนเดลาโดยไม่มีเงื่อนไข ภาพแมนเดลาเดินออกจากคุกพร้อมชูกำปั้นกลายเป็นภาพจำของคนทั้งโลกหลังถูกจำคุกเป็นเวลา 27 ปี



 

ประธานาธิบดีผู้สร้างความเปลี่ยนแปลง

     การเลือกตั้งปี 1994 พรรคANC ชนะถล่มทลาย แมนเดลากลายเป็นประธานาธิบดีผิวดำคนแรก (1994-1999) และได้จัดตั้งรัฐบาลผสม (Government of National Unity) โดยดึงคู่แข่งอย่าง F. W. de Klerk มาเป็นรองประธานาธิบดี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ชาวผิวขาว

  • Truth and Reconciliation Commission (TRC)

     แทนที่จะตั้งศาลตัดสินความผิดเขาให้เหยื่อและผู้กระทำผิดมาเล่าเรื่องจริงต่อกัน ใครยอมรับผิดและพิสูจน์ได้ว่าเป็นแรงจูงใจทางการเมืองจะได้รับ “การอภัยโทษ” นี่คือกุญแจสำคัญที่ทำให้แอฟริกาใต้ไม่เกิดสงครามกลางเมือง

  • สัญลักษณ์ผ่านกีฬา

     ในปี 1995 แอฟริกาใต้เป็นเจ้าภาพรักบี้เวิลด์คัพ รักบี้คือวิญญาณของคนผิวขาวและสัญลักษณ์ของ Apartheid แต่แมนเดลาลงไปในสนามด้วยเสื้อทีมชาติสปริงบ็อกส์ ท่ามกลางเสียงเชียร์ “เนลสัน! เนลสัน!” จากแฟนกีฬาผิวขาวทั้งสนาม นั่นคือวันที่แอฟริกาใต้หลอมรวมเป็นหนึ่งอย่างแท้จริง

   แมนเดลาได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในปี 1993 เขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเพียงวาระเดียว (5 ปี) แม้ประชาชนจะอยากให้เขาอยู่ต่อ แต่เขาต้องการสร้างบรรทัดฐานประชาธิปไตยที่ผู้นำต้องเคารพวาระการเลือกตั้ง

    แมนเดลาเสียชีวิตในวันที่ 5 ธันวาคม 2013 ขณะอายุได้ 95 ปี เขาได้ทิ้งบทเรียนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไว้ให้คนรุ่นหลังคือ “การศึกษคืออาวุธที่ทรงพลังที่สุดที่คุณจะใช้เปลี่ยนโลก” และ “ไม่มีใครเกิดมาเกลียดผู้อื่นเพราะสีผิว พื้นเพ หรือศาสนาของเขา มนุษย์ต้องเรียนรู้ที่จะเกลียด และหากเรียนรู้ที่จะเกลียดได้ ก็สามารถถูกสอนให้รักได้ เพราะความรักนั้นเกิดขึ้นในหัวใจมนุษย์ได้ตามธรรมชาติมากกว่าความเกลียดชัง”

 

 

    เป็นอย่างไรกันบ้าง? หวังว่าหลังอ่านบทความนี้แล้ว น้องๆ จะได้เรียนรู้ประวัติที่น่าสนใจของ เนลสัน แมนเดลา กันมากขึ้นนะ 

    สำหรับใครที่กำลังมองหาที่ติวตัวต่อตัว หรือมีข้อสงสัยเพิ่มเติมก็มาปรึกษาพี่ TUTOR VIP ได้นะ พี่ ๆ ยินดีให้คำปรึกษาเสมอ

   บทความต่อไป TUTOR VIP จะมาแนะนำอะไรอีกนั้น ฝากติดตามกันด้วยนะ

 

ด้วยความร่วมมือของ TUTOR-VIP X Clearnote Thailand

 

สนใจเรียนพิเศษประวัติศาสตร์ตัวต่อตัว ติดต่อได้ที่👇

Line logo LINE ID: @tutorvip หรือคลิ๊ก https://lin.ee/UQ3gQwP
 
ดูอัตราค่าเรียนพิเศษได้ที่ : https://tutor-vip.com/course/learning-price/
 

บทความล่าสุด

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

Save