สวัสดีน้องๆ ทุกคน บทความนี้ พี่ TUTOR VIP จะมาแชร์เรื่องราวของ “ศิลปะบาโรก“ ศิลปะแห่งความหรูหรา อารมณ์ และความเคลื่อนไหว ถ้าพร้อมแล้วตามไปศึกษาต่อในบทความกันเลย!
ศิลปะบาโรก คืออะไร?
ศิลปะบาโรกไม่ใช่แค่รูปแบบความงาม แต่คือ “ประสบการณ์ทางอารมณ์” ที่เกิดขึ้นในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 16 ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 18 โดยมีจุดเริ่มต้นที่กรุงโรม ประเทศอิตาลี ก่อนจะแพร่ขยายไปทั่วยุโรป
- Baroque มีรากศัพท์มาจากคำว่า barroco ในภาษาโปรตุเกส หมายถึง ไข่มุกที่รูปทรงบิดเบี้ยว (flawed pearl) ในยุคแรกนักวิจารณ์สายคลาสสิกใช้เรียกเชิงล้อเลียนว่าเป็นศิลปะที่ “แปลกประหลาดและเกินพอดี” แต่ต่อมามันกลายเป็นนิยามของความยิ่งใหญ่ที่ผสมผสานความจริงเข้ากับจินตนาการได้อย่างทรงพลัง
- The Counter-Reformation (การปฏิรูปต่อต้าน): หลังจากการปฏิรูปศาสนาโดยมาร์ติน ลูเธอร์ คริสตจักรคาทอลิกได้ใช้ศิลปะเป็นอาวุธทางวัฒนธรรม สภาแห่งเทรนต์ (Council of Trent) จึงมีมติให้สร้างสรรค์ศิลปะที่ “เข้าใจง่าย กระทบจิตใจ และสร้างแรงบันดาลใจ” เพื่อดึงดูดผู้ศรัทธากลับมา
- The Age of Absolutism: กษัตริย์ในยุโรป เช่น พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส ทรงใช้ความอลังการของบาโรกเพื่อแสดงถึง “เทวสิทธิ์” (Divine Right) ความหรูหรานี้คือการประกาศอำนาจและความมั่งคั่งที่ไม่มีใครเทียบได้
อัตลักษณ์และจุดเด่น
ศิลปะบาโรกมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ทำให้แตกต่างจากยุคเรอเนซองส์อย่างชัดเจน ดังนี้
- Chiaroscuro & Tenebrism: การใช้ความต่างระหว่างแสงและเงาอย่างรุนแรง โดยเฉพาะ Tenebrism (การใช้ความมืดมิดปกคลุมส่วนใหญ่ของภาพ) เพื่อขับเน้นจุดสำคัญให้โดดเด่นเหมือนมีแสงสปอร์ตไลท์ส่องลงมา สร้างความรู้สึกดราม่าและสมจริง
- The Diagonal Line & Dynamism: ต่างจากเรอเนซองส์ที่เน้นความสมดุลแบบเรขาคณิต (เส้นตรง/สามเหลี่ยม) บาโรกนิยมการจัดองค์ประกอบแบบ เส้นทแยงมุม และเส้นโค้งบิดเบี้ยว เพื่อสร้างความรู้สึกไม่หยุดนิ่งและความเคลื่อนไหว
- Horror Vacui (ความกลัวที่ว่าง): บาโรกมักจะเติมเต็มรายละเอียดในทุกตารางนิ้ว ไม่ว่าจะเป็นลวดลายแกะสลักสีทอง หรือภาพวาดบนเพดานที่ดูเหมือนท้องฟ้ากำลังถล่มลงมา (Trompe-l’œil)
ศิลปินและผลงานสำคัญ
จิตรกรรม (Painting)
- Caravaggio (การาวัจโจ): จิตรกรชาวอิตาลี ผู้เปลี่ยนภาพวาดทางศาสนาให้ดูเหมือนเหตุการณ์จริงในตรอกมืดๆ เขาเน้นความสมจริงของมนุษย์ (Naturalism) แม้แต่ความสกปรก รอยยับของผิวหนัง หรือเท้าที่เปื้อนโคลนของนักบุญ
- Rembrandt (แร็มบรันต์): ปรมาจารย์ชาวดัตช์ที่ใช้แสงเพื่อสำรวจ “จิตวิญญาณ” ผลงานของเขามีความลุ่มลึกทางจิตวิทยา โดยเฉพาะภาพเหมือนตนเอง (Self-portraits) ที่สะท้อนอารมณ์ความรู้สึกตามวัย
- Peter Paul Rubens (รูเบนส์): โดดเด่นในการวาดสรีระที่ดูมีพลังและความเคลื่อนไหว (Rubenesque) เน้นสีสันที่ฉูดฉาดและความอลังการของฉาก
ประติมากรรม (Sculpture)
- Bernini (แบร์นีนี): อัจฉริยะผู้เปลี่ยนหินอ่อนแข็งๆ ให้กลายเป็นผ้าที่พลิ้วไหวและก้อนเมฆที่เบาหวิว ผลงานชิ้นเอกอย่าง The Ecstasy of Saint Teresa ไม่ได้สลักแค่รูปทรง แต่สลัก “ห้วงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน” (Intense emotion) จนผู้ชมรู้สึกเหมือนเห็นเหตุการณ์จริง
สถาปัตยกรรม (Architecture)
- The Palace of Versailles (พระราชวังแวร์ซาย): สัญลักษณ์ของบาโรกฝรั่งเศส มีการใช้กระจก (Hall of Mirrors) เพื่อเล่นกับแสงและภาพสะท้อน รวมถึงการจัดสวนที่แผ่ขยายออกไปอย่างไร้ขอบเขต เพื่อสื่อถึงอำนาจที่แผ่ไพศาลของกษัตริย์
- St. Peter’s Basilica (มหาวิหารนักบุญเปโตร, นครรัฐวาติกัน): ผลงานการออกแบบของแบร์นีนีในส่วนของลานเสาหินระเบียง (Colonnade) ที่โอบล้อมผู้คนเสมือนอ้อมแขนของคริสตจักร
มรดกและอิทธิพล
ศิลปะบาโรกทิ้งมรดกไว้ในงานออกแบบที่เน้น “Maximalism” (ความเยอะที่ลงตัว) ซึ่งยังคงพบได้ใน
- ภาพยนตร์: การจัดแสงแบบมืด-สว่างจัดในหนังฟิล์มนัวร์ (Film Noir) หรือหนังระทึกขวัญสมัยใหม่ ได้รับอิทธิพลโดยตรงจากเทคนิค Chiaroscuro
- แฟชั่น: แบรนด์ระดับโลกอย่าง Versace หรือ Dolce & Gabbana มักใช้ลวดลายใบอะแคนทัส (Acanthus leaf) สีทองอร่าม และความหรูหราฟุ่มเฟือยแบบบาโรกมาเป็นอัตลักษณ์หลัก
- การตกแต่งภายใน: การตกแต่งบ้านสไตล์ “Modern Baroque” ที่ผสมผสานเฟอร์นิเจอร์หลุยส์เข้ากับวัสดุสมัยใหม่ ยังคงเป็นสัญลักษณ์ของความหรูหราและรสนิยมชั้นสูง
แม้เวลาจะผ่านมาหลายร้อยปี แต่มรดกของศิลปะบาโรกยังคงส่งอิทธิพลต่อศิลปะ, ภาพยนตร์ และแฟชั่นในยุคปัจจุบัน
เป็นอย่างไรกันบ้าง? หวังว่าหลังอ่านบทความนี้แล้ว น้อง ๆ จะได้รับความรู้เกี่ยวกับ “ศิลปะบาโรก” กันมากขึ้นนะ
สำหรับใครที่กำลังมองหาที่ติวตัวต่อตัว หรือมีข้อสงสัยเพิ่มเติมก็มาปรึกษาพี่ TUTOR VIP ได้นะ พี่ ๆ ยินดีให้คำปรึกษาเสมอ
บทความต่อไป TUTOR VIP จะมาแนะนำอะไรอีกนั้น ฝากติดตามกันด้วยนะ
ด้วยความร่วมมือของ TUTOR-VIP X Clearnote Thailand

บทความล่าสุด
ทั่วไป
ศิลปะบาโรก (Baroque Art) : ศิลปะแห่งความหรูหรา อารมณ์ และความเคลื่อนไหว
ทั่วไป
ศิลปะเรอเนซองส์ (Renaissance Art) : ยุคทองฟื้นฟูศิลปวิทยาที่ใครๆก็รู้จัก
สังคมและประวัติศาสตร์ ทั่วไป
ศิลปะกอทิก (Gothic Art) : สถาปัตยกรรมมหาวิหารสูงและหน้าต่างกระจกสี